|
มีคนกลุ่มหนึ่งเดินสวนทางขึ้นมาตรงเชิงบันไดด้านล่าง
เข้าใจว่าคงมาเยี่ยมปู่เย็นเหมือนกัน ใต้สะพานลำใย เรือลำหนึ่ง ผู้เฒ่าคนหนึ่ง
กองร้อยปลาเข็มตัวเขื่องฝูงหนึ่งข้างเรือ กับคนสะพายกล้องผ่านมาคนหนึ่ง....


เบื้องหน้าคือชายชราอายุ 104 ปี อ่อนล้าโรยแรง
ก้มหน้าก้มตานับเงินเรียงใส่กระเป๋าเสื้อด้านใน ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า
ไม่มีคำพูดใดๆ ในสายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้น
มีเพียงวิญญาณจอมทรนงในเรือนร่างของปู่เย็น

หวัดดีแกเสร็จ
ขอถ่ายภาพได้เล็กน้อย ก็ต้องปลีกตัวเลี่ยงออกมาด้านหนึ่ง
เมื่อปู่เย็นทำท่าจะเอนหลังพักผ่อน หันกลับไปอีกทีแกก็ล้มตัวลงนอนเสียแล้ว
บั้นปลายชีวิตที่เลือกได้ของปูเย็น ก็คงเป็นไปอย่างที่แกลิขิตเอาไว้เอง
ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงใต้สะพานลำใยแห่งนี้ หรือเรือคู่ชีพลำนั้นของแก
หากแต่น่าจะเป็นบั้นปลายชีวิตที่ไม่ยอมเป็นภาระแก่ลูกหลาน
และถึงแม้ว่าวันนี้แกจะไม่สามารถหาปลาได้อีกแล้วก็ตาม
ข้ามสะพานลำใยลงไปท่าน้ำฝั่งตรงข้าม
มองมาก็เห็นปู่เย็นลุกขึ้นชันเข่าสูงท่วมหัวเปิบข้าว
ได้ภาพชีวิตของแกมาอีกหลายภาพก่อนจะจากสะพานลำใยมาเงียบๆ โดยมิได้ร่ำลาปู่เย็น
เราต่างคนก็ต่างมีเส้นทางชีวิต ปู่เย็นแกพบวิถีทางของแกแล้ว
ส่วนผมยังคงต้องซัดเซพเนจรต่อไป
และอาจจะใช้ชีวิตช่วงท้ายๆในห้องสัปรังเคที่ไหนสักแห่ง ไม่ก็ตาย อย่างทรนง
เหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่ง


มนุษย์เราก็เท่านี้ เกิด แก่
เจ็บ ตาย ให้วงจรชีวิตมันได้สมบรูณ์ แบบสวยสด และหมดจดงดงาม


ภาพนูนสูงปูนปั้น กลางราวสะพานลำใย

2 สิงหาคม 2551 |